องค์กรและความยั่งยืน

จัดงานให้เป็นระบบ · ปัญหาโตแล้วยุ่ง

จัดงานเป็น A-B-C

อ่าน 6 นาที

ทำไม "จ้างคนเพิ่ม" อย่างเดียวไม่ช่วย

เจ้าของหลายคนแก้ปัญหางานล้นมือด้วยการจ้างคนเพิ่ม แต่ปัญหายังไม่หายไป เพราะจ้างคนมาแล้วไม่รู้จะ มอบหมายงานอะไรให้ชัดเจน สุดท้ายพนักงานใหม่ก็ทำได้แค่งานจิปาถะ ส่วนงานสำคัญเจ้าของยังทำเองเหมือนเดิม

ปัญหาคือ ไม่เคยแยกประเภทงานให้ชัดก่อนปล่อย ทำให้เจ้าของกลัวปล่อยงานผิดตัว กลัวคุณภาพตก เลยเลือกไม่ปล่อยอะไรเลย หรือปล่อยแบบสุ่มโดยไม่มีหลักคิด

กรอบ A-B-C: แยกงานตามฝีมือที่ต้องใช้และความเสี่ยงถ้าผิดพลาด

กลุ่มลักษณะงานตัวอย่างควรทำอย่างไร
Aฝีมือ/วิจารณญาณเฉพาะตัวสูง ผิดพลาดแล้วเสียหายมากคิดสูตรขนมใหม่ ตัดสินใจกลยุทธ์ร้านเก็บไว้ทำเอง
Bใช้ทักษะระดับหนึ่ง สอนกันได้ ผิดพลาดแก้ทันอบขนมตามสูตร ตอบแชทตามสคริปต์ฝึกคนให้รับช่วงต่อ
Cใครทำก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกันลงบัญชี ขับรถส่งของ จัดสต๊อกปล่อยทันที

เริ่มจากกลุ่ม C เสมอ เพราะเป็นงานที่เจ้าของ "ทำเอง" ไม่ได้เพิ่มมูลค่าอะไรให้ธุรกิจ เลย เมื่อเทียบกับการเอาเวลานั้นไปคิดสูตรใหม่หรือดูแลลูกค้ารายใหญ่ — ปล่อยกลุ่ม C ก่อนคือวิธีคืนเวลา ให้เจ้าของได้เร็วที่สุดโดยความเสี่ยงต่ำที่สุด

เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง

  1. เขียนรายการงานทั้งหมด ที่คุณทำในหนึ่งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน
  2. ติดป้าย A-B-C ทุกงาน โดยถามตัวเอง 2 คำถาม: ต้องใช้ฝีมือเฉพาะตัวไหม และผิดพลาดแล้วเสียหายแค่ไหน
  3. ปล่อยงานกลุ่ม C ทั้งหมดก่อน ภายในเดือนนี้ ให้พนักงานที่มีอยู่หรือจ้างเพิ่มมารับผิดชอบ
  4. เลือกงานกลุ่ม B 1 งานต่อเดือน มาฝึกพนักงานคนที่ไว้ใจได้ที่สุด แล้วค่อยๆ ขยับไปงานถัดไป

การจัดงานเป็น A-B-C ไม่ใช่การลดคุณภาพ แต่คือการเลือกใช้เวลาที่มีจำกัดของเจ้าของกับงานที่สร้าง มูลค่าจริงเท่านั้น

ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?

เจ้าของร้านเบเกอรี่ "ครัวซองต์คุณแอน" ทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ตำแหน่งครัว (คิดสูตร ผสมแป้ง อบขนม) ไปจนถึงลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตอบแชทลูกค้า และขับรถไปส่งของเอง วันหนึ่งทำงาน 14 ชั่วโมง ยอดขายเดือนละ 400,000 บาท แต่คุณแอนบ่นว่า "ถ้าฉันหายไปวันเดียว ร้านนี้หยุดทำงานทันที" เธออยากจ้างคนเพิ่ม แต่ไม่รู้จะเริ่มปล่อยงานอะไรก่อน เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยไปแล้วคุณภาพจะตก

คุณแอนควรเริ่มปล่อยงานอะไรก่อน และควรเก็บงานอะไรไว้ทำเอง?

ควิซท้ายบท

ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ

1. งานกลุ่ม A ในกรอบ A-B-C คืองานประเภทไหน?
2. ทำไมควรเริ่มปล่อยงานกลุ่ม C ก่อนกลุ่ม B และ A?
3. งานกลุ่ม B ควรจัดการอย่างไร?
4. หลักการสำคัญที่สุดของกรอบ A-B-C คืออะไร?