การเปลี่ยนแปลงและความยั่งยืน · Change Management
เริ่มจากจุดแข็ง ไม่ใช่จุดด่าง
ทำไมการชี้จุดอ่อนทั้งหมดพร้อมกันถึงทำให้แย่ลง
เจ้าของธุรกิจที่เห็นตัวเลขแย่ลงมักรีบเรียกประชุมแล้วไล่บอกทุกปัญหาที่เห็น ด้วยความหวังดีว่าจะได้แก้ไข เร็วที่สุด แต่ผลที่ได้มักตรงข้าม เพราะทีมที่ถูกบอกว่า ทุกอย่างที่ทำอยู่แย่หมด จะเข้าสู่โหมดป้องกันตัวเอง ไม่ใช่โหมดอยากช่วยแก้ปัญหา — นี่คือกับดักที่พบบ่อยที่สุดในการบริหารการ เปลี่ยนแปลงของธุรกิจเล็ก
เริ่มจากจุดแข็ง: หาสิ่งที่ยัง "ทำได้ดี" แล้วขยายผล
แนวคิดนี้เรียกว่า Appreciative Inquiry ในทางวิชาการ แต่ใช้ง่ายๆ กับธุรกิจเล็กได้ทันที คือก่อนจะบอกว่า "อะไรแย่" ให้ถามก่อนว่า "อะไรที่เรายังทำได้ดีอยู่ท่ามกลางปัญหานี้"
เมื่อพบว่าพนักงานคนหนึ่งทำได้ดีกว่าคนอื่นชัดเจน ให้ศึกษาว่าเธอทำอะไรต่างจากคนอื่น (เช่น ติดตามผล ทรีทเมนต์กับลูกค้าทุกครั้งหลังทำเสร็จ) แล้วให้เธอเป็นคนสอนทีมแทนเจ้าของ วิธีนี้ทั้งแก้ปัญหาจริงและ สร้างความภูมิใจให้พนักงานคนนั้นไปพร้อมกัน
เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง
- ก่อนชี้ปัญหา ให้หาตัวเลขหรือจุดที่ยังทำได้ดีอยู่ก่อนเสมอ แม้สถานการณ์โดยรวมจะแย่
- หาคนในทีมที่ทำผลงานดีกว่าค่าเฉลี่ยชัดเจน แล้วศึกษาว่าเขาทำอะไรต่างจากคนอื่น
- ให้คนที่ทำได้ดีเป็นคนสอน/แชร์วิธีการให้ทีม แทนที่จะให้เจ้าของสั่งการเพียงฝ่ายเดียว
- เปิดประชุมด้วยจุดแข็งก่อนเสมอ แล้วค่อยชวนคุยปัญหาที่เหลือเป็นเรื่องถัดไป
การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากการซ่อมทุกอย่างที่พัง แต่เริ่มจากการขยายสิ่งที่ยังดีอยู่ให้กว้าง ขึ้น เพราะทีมที่ยังรู้สึกมีคุณค่าจะเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าทีมที่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว
ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?
คลินิกความงาม "เดอ ลุกซ์ คลินิก" ยอดขายตกลง 20% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าของเรียกประชุมทีมด่วน แล้วเปิดประชุมด้วยการชี้ปัญหาทุกจุดรวดเดียว ทีมขายไม่กระตือรือร้นพอ การตลาดล้าสมัยเกินไป บริการ หลังการขายแย่ลง พนักงานฟังแล้วหน้าเสียกันหมดทั้งห้อง บางคนเริ่มหางานใหม่แอบๆ ผ่านไป 1 เดือน บรรยากาศในทีมแย่ลงกว่าเดิม ยอดขายก็ยังไม่ดีขึ้น เจ้าของงงว่าทำไมชี้ปัญหาให้ชัดแล้ว ทีมกลับยิ่งแย่ลง
ถ้าเป็นเจ้าของ จะเริ่มเปลี่ยนแปลงองค์กรจากตรงไหน ให้ได้ผลจริงโดยไม่ทำลายกำลังใจทีมไปพร้อมกัน?
ควิซท้ายบท
ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ