Canva สำหรับธุรกิจ

ทำพรีเซนต์และงานขาย · Pitch Deck ด้วย Canva

โครงพรีเซนต์ขายที่ลูกค้าเข้าใจง่าย

อ่าน 6 นาที

ทำไมพรีเซนต์แบบเดิมถึงทำให้ลูกค้าเงียบ

พรีเซนต์ที่ยัดทุกรายละเอียดของบริการไว้ในไฟล์เดียว ฟังดูเหมือนรอบคอบ แต่ในความเป็นจริงกลับทำให้ ลูกค้าต้องทำงานหนักในการประมวลผลข้อมูลเอง ยิ่งพรีเซนต์ยาวและแน่นเท่าไร ลูกค้า ยิ่งมีโอกาสหลุดโฟกัสก่อนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือคำตอบกลางๆ อย่าง "ขอไปคิดดูก่อน"

โครง 5 ส่วนที่ปิดดีลได้เร็วขึ้น

1-2
ปัญหาของลูกค้า + ทางแก้ของเรา
3
ผลงานที่ผ่านมา (หลักฐาน)
4-5
แพ็กเกจ/ราคา + ขั้นตอนถัดไป
  1. ปัญหาของลูกค้า — แสดงว่าเข้าใจสถานการณ์จริงของเขาก่อน ไม่ใช่เริ่มด้วยการขายตัวเอง
  2. ทางแก้ของเรา — อธิบายว่าบริการต่างจากเจ้าอื่นอย่างไร เจาะจงตามปัญหาที่เพิ่งพูดถึง
  3. ผลงานที่ผ่านมา — รูปหรือตัวอย่างงานจริง เพื่อพิสูจน์ว่าทำได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
  4. แพ็กเกจและราคา — เสนอทางเลือกชัดเจน ไม่คลุมเครือ
  5. ขั้นตอนถัดไป — บอกชัดว่าลูกค้าต้องทำอะไรต่อถ้าสนใจ

กฎ "หนึ่งสไลด์ หนึ่งไอเดีย"

เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง

  1. ตัดพรีเซนต์เดิมให้เหลือ 6-8 สไลด์ ตามโครง 5 ส่วนข้างต้น ไม่ต้องกลัวว่าจะดูสั้นเกินไป
  2. เปิดพรีเซนต์ด้วยปัญหาของลูกค้าเสมอ ไม่ใช่ประวัติบริษัทหรือรายการบริการทั้งหมด
  3. ใส่รูปผลงานจริงอย่างน้อย 1 สไลด์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือมากกว่าคำบรรยาย
  4. จบพรีเซนต์ด้วยขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจนทุกครั้ง เพื่อกันไม่ให้ลูกค้าเงียบหายไปหลังประชุม

ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?

เจ้าของบริการรับจัดอีเวนต์รายเล็กได้นัดพรีเซนต์งานให้บริษัทลูกค้าองค์กร เตรียมไฟล์ PDF 20 หน้า เต็มไปด้วยตัวหนังสืออธิบายรายละเอียดบริการทุกอย่าง พอถึงวันประชุม ลูกค้าเปิดดูได้ไม่กี่หน้าก็เริ่ม ก้มมือถือ พอจบการนำเสนอ ลูกค้าพูดแค่ว่า "ขอไปคิดดูก่อนนะครับ" แล้วก็เงียบหายไป

จะปรับพรีเซนต์อย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้นภายในการประชุมเดียว?

ควิซท้ายบท

ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ

1. โครงพรีเซนต์ขาย 5 ส่วนที่แนะนำ ควรเริ่มต้นด้วยส่วนไหน?
2. ทำไมไฟล์พรีเซนต์ 20 หน้าเต็มตัวหนังสือถึงทำให้ลูกค้าเงียบหายไปหลังประชุม?
3. กฎ 'หนึ่งสไลด์ หนึ่งไอเดีย' หมายความว่าอย่างไร?
4. สไลด์สุดท้ายของพรีเซนต์ขายควรมีเนื้อหาอะไร เพื่อไม่ให้จบด้วยความเงียบ?