กลยุทธ์ไม่ใช่ขนาดบริษัท แต่คือการตัดสินใจ
หลายคนได้ยินคำว่า "กลยุทธ์" แล้วนึกถึงห้องประชุมของบริษัทใหญ่ มีที่ปรึกษามาสไลด์เป็นร้อยหน้า แต่จริง ๆ แล้วกลยุทธ์คือการตัดสินใจง่าย ๆ ที่เจ้าของร้านเล็กที่สุดก็ทำได้ทุกวัน: จะสู้ที่ตรงไหน และ จะเลือกไม่ทำอะไรบ้าง
ร้านทำผมคนเดียวที่ตัดสินใจไม่ลดราคาสู้เชนใหญ่ แต่เลือกจดสูตรสีให้ลูกค้าแต่ละคนแทน — นั่นคือกลยุทธ์ เต็มรูปแบบ ไม่ต่างจากบริษัทข้ามชาติที่ตัดสินใจไม่เข้าตลาดบางประเทศเพื่อโฟกัสตลาดที่แข็งกว่า
สองคำถามที่ทุกธุรกิจต้องตอบ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก
- จะสู้ที่ตรงไหน — เล่นเกมราคา เกมคุณภาพ เกมความสะดวก หรือเกมความสัมพันธ์
- จะเลือกไม่ทำอะไรบ้าง — ปฏิเสธลูกค้าบางกลุ่ม ปฏิเสธบริการบางแบบ เพื่อโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด
ธุรกิจที่ไม่มีกลยุทธ์คือธุรกิจที่พยายามทำทุกอย่างให้ทุกคน — ราคาก็อยากถูก คุณภาพก็อยากดี บริการก็อยาก เร็ว สุดท้ายไม่มีจุดไหนที่โดดเด่นพอให้ลูกค้าจำได้เลย
เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง
- เขียนคำตอบสองข้อลงกระดาษ — "ฉันจะสู้ที่ตรงไหน" กับ "ฉันจะไม่ทำอะไรบ้าง" แล้วอ่านทบทวนทุกไตรมาส
- อย่าตื่นตระหนกเพราะคู่แข่งใหญ่กว่า — ขนาดไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครชนะ จุดยืนที่ชัดต่างหากที่ตัดสิน
- หาสิ่งที่ขนาดใหญ่ของคู่แข่งทำได้ช้ากว่าคุณ แล้วลงทุนกับสิ่งนั้นให้เต็มที่
กลยุทธ์ที่ดีไม่ต้องยาวเป็นร้อยหน้า ขอแค่ชัดพอที่จะบอกได้ว่าเมื่อเจอทางแยก คุณจะเลือกทางไหน
ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?
คุณเปิดร้านทำผมเล็ก ๆ คนเดียว ลูกค้าประจำแน่นทุกวัน เก็บราคาตัด+สี 1,200 บาท เดือนที่แล้วมีเชนร้าน ทำผมราคาถูกเปิดสาขาใหม่ห่างไป 300 เมตร คิดตัด+สีแค่ 650 บาท มีป้ายโฆษณาใหญ่โต คุณเริ่มคิดว่า "เขาเป็นบริษัทใหญ่ มีทีมวางแผน เรามีแค่เราคนเดียว จะสู้เขาได้ยังไง" และเริ่มลังเลว่าจะลดราคาตาม
ถ้าเป็นคุณ จะลดราคาลงมาสู้กับเชนร้านทำผม หรือทำอย่างอื่น?
ควิซท้ายบท
ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ