อย่าเพิ่งโทษสินค้า
เวลายอดขายตกหรือลูกค้าใหม่ไม่เพิ่ม เจ้าของร้านหลายคนมีปฏิกิริยาแรกคือ "สินค้าเราคงไม่ดีพอแล้ว" แล้วรีบเปลี่ยนหรือเพิ่มของใหม่ทันที ทั้งที่บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่สินค้าเลยแม้แต่น้อย — ถ้าลูกค้าใหม่ไม่เคยรู้จักร้านเลย เขาไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าสินค้าเราดีแค่ไหน
เช็กทีละจุดก่อนตัดสินใจเปลี่ยนของ
ก่อนจะเปลี่ยนหรือเพิ่มสินค้า/บริการใหม่ ให้ไล่เช็คทีละ P ก่อนตามลำดับนี้:
| ตรวจสอบ | คำถาม |
|---|---|
| Place | ลูกค้าใหม่มองเห็นร้านง่ายไหม (ป้าย, Google Maps, ทำเล) |
| Promotion | มีช่องทางสื่อสารออกไปหาคนที่ยังไม่รู้จักร้านไหม (IG, รีวิว, ปากต่อปาก) |
| Price | ราคาสมเหตุสมผลเทียบกับคู่แข่งในตลาดเดียวกันไหม |
| Product | ลูกค้าเก่าที่เคยใช้บริการ พอใจและกลับมาซ้ำไหม |
ถ้า Product ยังดี (ลูกค้าเก่ากลับมาซ้ำ) แต่ Place/Promotion อ่อน นั่นคือคำตอบว่าควรแก้ตรงไหนก่อน ไม่ใช่กระโดดไปเปลี่ยนสินค้าทันที
เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง
- ถามตัวเองก่อนว่าลูกค้าเก่ากลับมาซ้ำไหม — ถ้ากลับมาซ้ำสม่ำเสมอ แปลว่าสินค้าไม่ใช่ปัญหา
- ตรวจการมองเห็นของร้านก่อนเสมอ — ป้ายหน้าร้าน, Google Maps, รีวิว, ช่องทางโซเชียล
- ลงทุนกับการมองเห็นก่อนลงทุนกับสินค้าใหม่ เมื่อสัญญาณชี้ว่า Place/Promotion อ่อน
- เก็บข้อมูลก่อนตัดสินใจ — อย่าเปลี่ยนสินค้าเพราะความรู้สึก ให้ไล่เช็คทีละ P ด้วยคำถามที่ชัดเจน
ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?
ร้านทำผมของคุณเปิดมา 3 ปี ช่างฝีมือดี ลูกค้าเก่าติดใจกลับมาทำผมซ้ำเกือบทุกเดือน แต่ลูกค้าใหม่แทบ ไม่มีเพิ่มเลยในช่วง 6 เดือนหลัง เฉลี่ยเดือนละ 2-3 คนเท่านั้น ทีมงานเสนอให้ลงทุนเรียนคอร์สทำสีผม เทรนด์ใหม่ราคาแพง (คอร์สละ 25,000 บาท) เพื่อเพิ่มบริการระดับไฮเอนด์ดึงลูกค้าใหม่
ถ้าเป็นคุณ จะอนุมัติให้ลงทุนคอร์สทำสีผมเทรนด์ใหม่ทันทีไหม?
ควิซท้ายบท
ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ