กำไรคือตัวเลขทางบัญชี เงินสดคือของจริงที่จับต้องได้
หลายคนเข้าใจว่า "มีกำไร" แปลว่า "มีเงิน" แต่ในทางปฏิบัติ กำไรคือตัวเลขที่คำนวณจากรายได้ลบต้นทุนตาม เกณฑ์บัญชี ส่วนเงินสดคือเงินที่อยู่ในบัญชีธนาคารจริงๆ ที่เอาไปจ่ายค่าเช่า ค่าแรง หรือซัพพลายเออร์ได้
ธุรกิจที่มีกำไรเป็นบวกทุกเดือน ก็ยังล้มละลายได้ ถ้าเงินสดไม่ไหลเข้ามาตรงจังหวะที่ต้องจ่ายออก
ช่องว่างเครดิต: ทำไมขายได้ เงินไม่เข้าพร้อมกัน
ทุกธุรกิจที่ให้เครดิตลูกค้า (ขายก่อน เก็บเงินทีหลัง) และรับเครดิตจากซัพพลายเออร์ (ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง) มีสิ่งที่เรียกว่า "ช่องว่างเครดิต" เกิดขึ้นเสมอ:
ช่องว่างเครดิต = จำนวนวันที่ให้ลูกค้าเครดิต − จำนวนวันที่ได้รับเครดิตจากซัพพลายเออร์
ถ้าตัวเลขนี้เป็นบวกมาก (ให้เครดิตลูกค้านานกว่าที่ได้รับจากซัพพลายเออร์มาก) แปลว่าธุรกิจต้องแบกเงินสด สำรองไว้เองในช่วงระหว่างนั้น ยิ่งยอดขายโตเร็ว ช่องว่างนี้ยิ่งกว้างขึ้นตามสัดส่วน เพราะยอดที่ค้างเก็บจาก ลูกค้าก็โตตามไปด้วย
เอาไปใช้กับธุรกิจคุณยังไง
- คำนวณช่องว่างเครดิตของธุรกิจตัวเอง (เครดิตที่ให้ลูกค้า ลบ เครดิตที่ได้จากซัพพลายเออร์)
- กันเงินสำรองให้พอคลุมช่องว่างนั้น อย่างน้อย 1 รอบเต็มของวงจรเครดิต
- เจรจาเงื่อนไขเครดิตใหม่เป็นระยะ ทั้งกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ ให้ช่องว่างแคบลงเมื่อทำได้
- อย่าดูแค่บรรทัดกำไรในงบ ให้ดูงบกระแสเงินสดควบคู่กันทุกเดือน โดยเฉพาะช่วงที่ยอดขายกำลังโตเร็ว
จำไว้ว่ายอดขายที่โตเร็วโดยไม่มีการบริหารช่องว่างเครดิต คือสูตรที่ทำให้ธุรกิจ "ขายดีแต่ไม่มีเงิน" ได้ง่ายที่สุด
ลองคิดดูก่อน: เจอเคสนี้จะทำยังไง?
เดือนนี้ร้านขายส่งของใช้ในบ้านของคุณ ขายของให้ร้านค้าปลีก 40 ร้านทั่วจังหวัด รวมยอดขาย 500,000 บาท งบกำไรขาดทุนบอกว่ากำไร 15% เท่ากับ 75,000 บาท แต่เงื่อนไขที่คุณให้ลูกค้าปลีกคือเครดิต 45 วัน ขณะที่ ซัพพลายเออร์ที่คุณสั่งของมาขายต่อ ให้เครดิตคุณแค่ 15 วัน สัปดาห์นี้ถึงกำหนดจ่ายซัพพลายเออร์ 350,000 บาท แล้ว แต่เงินจากลูกค้าปลีกยังไม่เข้ามาเลยสักบาทเดียว
ทำไมยอดขาย 500,000 บาทกับกำไร 75,000 บาทตามบัญชี ถึงไม่ช่วยให้มีเงินจ่ายซัพพลายเออร์ได้เดือนนี้?
ควิซท้ายบท
ตอบให้ครบทุกข้อ แล้วกดตรวจคำตอบ